โครงการการออกแบบอัตลักษณ์องค์กร บริษัททัวร์ MNG TRAVEL
การท่องเที่ยว
เป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กับตัวเองอีกแนวหนึ่ง ที่ทำให้เกิดความสุข สนุกสนาน
เพลิดเพลิน บันเทิงใจ และเกิดการเรียนรู้ ซึ่งทุกคนต่างก็รู้จักความหมาย
และวัตถุประสงค์ของการท่องเที่ยวกันอยู่บ้างแล้ว
ในช่วงหลัง เมื่อไม่กี่ปีมานี้
การท่องเที่ยวไทยได้รับการกระตุ้นให้ตื่นตัวเป็นอย่างมาก
จนเกิดเป็นกระแสการท่องเที่ยวที่นับว่ามาแรงมากเลยทีเดียว และด้วยเหตุนี้เอง
จึงทำให้มีการจัดรูปแบบของการท่องเที่ยวภายในประเทศให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น
เพื่อเพิ่มความแปลกใหม่ที่น่าสนใจและสามารถดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้อย่างดี
เอ็มเอ็นจีเป็นบริษัททัวร์เปิดใหม่ที่ต้องการสร้างเอกลักษณ์ให้เป็นที่จดจำของบุคคลทั่วไป และสร้างถาพลักษณ์ขององค์กรให้ดี ซึ่งยังไม่ได้รับการประชาสัมพันธ์เลย จึงเป็นแรงบันดาลใจทำให้ข้าพเจ้ามีแนวคิดที่จะทำศิลปนิพนธ์ฉบับนี้อันเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาศิลปบัณฑิต ภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ ประกอบด้วยกราฟิก
ออกแบบอัตลักษณ์องค์กร และสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ให้ยังคงความเป็นไทยและความทันสมัยอยู่ด้วยกันโดยกลุ่มของลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ
บริษัททัวร์ MNG TRAVEL เป็นบริษัททัวร์ที่เน้นลูกค้าที่เป็นชาวญี่ปุ่นและกลุ่มคนไทยบางส่วนที่รักการท่องเที่ยวและสนใจแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยจัดกลุ่มทัวร์เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่เนื่องจากทางบริษัทเพิ่งเริ่มดำเนินกิจการ ยังไม่มีเอกลักษณ์องค์กร รวมทั้งยังขาดสื่อเพื่อประชาสัมพันธ์ในด้านต่าง ๆ ทำให้ยังไม่ได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับบริษัททัวร์อื่น ๆ ที่มีกลุ่มเป้าหมายใกล้เคียงกัน
ข้าพเจ้าจึงมีความคิดที่จะวางแนวทางในการสร้างเอกลักษณ์องค์กรอย่างเป็นระบบ โดยมีการดำเนินการออกเอกลักษณ์องค์กรและสื่อเพื่อประชาสัมพันธ์ที่สามารถสะท้อนบุคลิกภาพของบรษัท MNG และสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้ ภายใต้คำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษา
การสร้างงานออกแบบต้องสามารถสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายให้ได้มาก โดยต้องศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท พฤติกรรมและรสนิยมของกลุ่มเป้าหมายและไกด์ โดยการพูดคุย เก็บข้อมูล ตลอดจนเข้าร่วมกิจกรรมกับบริษัทและกลุ่มเป้าหมาย จนได้ข้อมูลที่ถูกต้องและนำมาประยุกต์ใช้ในงานออกแบบจนสำเร็จตามระยะเวลาที่กำหนด
รายละเอียดการทำวิจัย
1.
ชื่อโครงการวิจัย ออกแบบอัตลักษณ์ บริษัท เอ็มเอ็นจีทราเวล
2.
ความสำคัญของการวิจัย
ในปัจจุบันทุกๆ บริษัทต่างได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างต่อเนื่องและรุนแรง อุปสรรคในการแข่งขันกำลังเริ่มหายไป ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีใหม่ๆ ก็ก่อให้เกิดการทำงานในรูปแบบใหม่ อย่างเช่น การค้าบนอินเตอร์เน็ท ที่ฝ่าข้ามขีดจำกัดเรื่องพรมแดน และทำให้คู่แข่งในประเทศอื่นที่ห่างไกลเข้ามาแข่งขันในตลาดเดียวกันได้บริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ก็เข้ามาแข่งขันในตลาดและใช้แบรนด์ที่แข็งแกร่ง
มาต่อสู้กับคุณโดยตรง พฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน
และการสื่อสารไปยังกลุ่มผู้รับสารที่แคบๆ ก็กำลังเข้ามาแทนที่การสื่อสารแบบเหวี่ยงแหไปที่คนกลุ่มใหญ่การสูญสลายของการตลาดแบบแมส
นั่นคือเราไม่สามารถสร้างสินค้าหรือบริการอย่างหนึ่งที่จะทำให้ทุกคนพอใจได้ความเป็นปัจเจกบุคคลเป็นแรงผลักดันตัวใหม่ที่สำคัญ
เมื่อไม่นานมานี้ ผู้คนยังแสดงออกถึงบุคลิกภาพของตัวเองผ่านทางเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่เลือกใช้
แต่ตอนนี้ ทุกอย่างที่พวกเขาเลือกซื้อล้วนแสดงถึงตัวตนของพวก
ถึงแม้ว่าลูกค้ายังคงมองหา
คุณค่า จากสิ่งที่พวกเขาซื้อ แต่ตอนนี้คุณค่าไม่ใช่แค่เรื่องตัวเงินเพียงอย่างเดียว
และบางครั้งคุณค่าก็ขึ้นอยู่กับสามัญสำนึกของแต่ละคน คำว่า คุณค่า กลายเป็นเรื่องของตัวบุคคลมากขึ้น
ทั้งสินค้าและบริการต้องมีบุคลิกภาพและลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งสะท้อนถึงความรู้สึกและความเชื่อของคนได้ด้วย
แต่ในขณะเดียวกัน ลูกค้าก็มองหาสิ่งที่สะท้อนถึงตัวตนของพวกเขา และมีความหลากหลาย มันเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆที่จะสร้างความแตกต่างของการบริการ
การสร้างความแตกต่างขององค์กรณ์ (Brand differentiation) กลายเป็นสิ่งที่ทำให้บริษัททำกำไรได้พอสมควร
และอาจเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการอยู่รอดของธุรกิจด้วย การสร้างอัตลักษณ์องค์กรบริษัททัวร์“กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ที่สร้างผลกำไรเกิดขึ้นจากการบริการที่ประกอบด้วยคุณสมบัติต่างๆที่ลูกค้าต้องการ
แต่ต้องไม่เกินไปจากความต้องการของพวกเขา” (ถ้าคุณให้น้อยเกินไป คุณก็อาจเสียลูกค้า แต่ถ้าคุณให้มากเกินไป
คุณก็เสียเงินโดยไม่จำเป็น)
คุณสมบัติของบริการสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทดังต่อไปนี้คุณสมบัติพื้นฐาน (เป็นสิ่งที่ต้องมี!)
คุณสมบัติที่สร้างความแตกต่าง (ทำให้สินค้าของคุณแตกต่างจากของคู่แข่ง)
คุณสมบัติที่เป็นตัวกระตุ้นการซื้อ (เป็นคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมจนทำให้มันกลายเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจซื้อ)
นอกจากนี้ การมีความชัดเจนในการเลือกใช้โลโก้ สี และภาพกราฟฟิก ก็ช่วยเสริมให้สิ่งที่สื่อสารไปยังลูกค้ามีความถูกต้องยิ่งขึ้น
ในความเป็นจริง
มีบริษัทเป็นจำนวนมากที่ ไม่มีทาง จะสร้างแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลได้ ซึ่งก็เป็นเพราะบริษัทเหล่านั้นไม่ได้มีความพยายามที่จะบริหารเอกลักษณ์ของบริษัทในแบบองค์รวม (ให้ถือว่าสินค้าและบริการของบริษัทมีคุณภาพดีพอใช้)
มีหลายกรณีที่การสร้างอัตลักษณ์ขององค์กรถูกมองว่าเป็นเพียงการนำเอาโลโก้ของบริษัทไปติดลงบนเครื่องเขียนหรือป้ายเท่านั้น
ด้วยเหตุผลดังกล่าว การจัดการเอกลักษณ์ขององค์กรจึงมักถูกมองว่าเป็นงานสำหรับผู้บริหารระดับล่าง
ซึ่งเป็นแค่งานพิมพ์และผลิตแผ่นป้ายเท่านั้นหลายคนมองว่าการสร้างเอกลักษณ์และภาพลักษณ์ขององค์กรเป็นงานเกี่ยวกับการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์
แต่พวกเขาไม่ได้ตระหนักว่า (จากคำกล่าวของ Wally Olins แห่งบริษัท Wolff Olins ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าในด้านการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเอกลักษณ์ขององค์กร)
ทุกอย่าง ที่บริษัททำหรือพูด หรือสิ่งที่ไม่ได้พูด ล้วนบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับบริษัททั้งสิ้น
เอกลักษณ์ต้องถูกมองว่าเป็นทรัพยากรอย่างหนึ่งขององค์กร และควรให้ความสำคัญเท่าเทียมกันกับทรัพยากรอื่นขององค์กรที่สำคัญ
ความสัมพันธ์ ที่กล่าวมาหรือ “ความรู้สึกคุ้นเคย” ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นมาจาก ประสบการณ์ตรง ของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์นั้นๆ ประสบการณ์ของเขาเป็นผลรวมจากปัจจัยสองประการ
ได้แก่ ความพึงพอใจด้านประโยชน์ใช้สอย (Functional
satisfaction) และ ความพึงพอใจด้านอารมณ์ความรู้สึก (Emotional satisfaction)แต่การที่สินค้าและบริการจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความภักดีต่อแบรนด์ได้นั้น
มันจะต้องตอบสนองได้มากกว่าความต้องการพื้นฐานสำหรับสินค้าและบริการเหล่านั้น โดยจะต้องสร้างความพึงพอใจด้านอารมณ์ความรู้สึกให้กับผู้บริโภคด้วย
สินค้าไม่ได้เป็นเพียงแค่สินค้า แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนๆหนึ่งต่างหาก
นอกจากนี้ “ความรู้สึกคุ้นเคย” ของลูกค้ายังได้รับอิทธิพลจาก การสื่อสาร ของแบรนด์ด้วย เช่น การโฆษณา
การประชาสัมพันธ์ ชื่อ โลโก้และการออกแบบ ซึ่งถูกนำเสนออยู่ในบรรจุภัณฑ์
เครื่องแบบพนักงาน สภาพแวดล้อมภายในที่ทำงาน เป็นต้น
อัตลักษณ์และวิสัยทัศน์
โดยนำวิสัยทัศน์ขององค์กรมาเป็นเป็นสโลแกนเพื่อให้พนักงานสามารถตีความและเข้าใจสิ่งที่บริษัทต้องการสื่อได้อย่างถูกต้องเพราะไม่ว่าจะเป็นวิสัยทัศน์
พันธกิจ หรือรายงานประจำปี ที่เข้าถึงคนจำนวนมากและได้รับความสนใจมากเท่ากับสโลแกน
การออกแบบอัตลักษณ์องค์กรเอ็มเอ็นจีทราเวลนี่เป็นงานที่ออกแบบเพื่อให้กระตุ้นการซื้อบริการและการสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรให้เป็นที่รู้จัก
สร้างความพึงพอใจของลูกค้าและกลับมาใช้บริการอีกโดยการ เลือกใช้โลโก้ สี และภาพกราฟฟิก ที่ช่วยเสริมให้สิ่งที่สื่อสารไปยังลูกค้ามีความถูกต้องและจูงใจน่าเชื่อถือแสดงลักษณะเฉพาะที่เป็นตัวตนขององค์กร
ที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการจัดตั้ง หรือลักษณะโดดเด่นของบุคลากร และเน้นที่การกำหนดภาพความสำเร็จในความพอใจของผู้ใช้บริการ
ซึ่งเป็นธุรกิจนำเที่ยวแบบ ธุรกิจจัดนำเที่ยวนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างประเทศไปยังแหล่งท่องเที่ยวในประเทศ
(inbound tour operator) บริการเหมารวมที่มีผู้นำเที่ยว
(escorted tour)
นำเที่ยวแบบนี้จะมีผู้ดูแล
หรือที่เรียกว่า หัวหน้าทัวร์ (tour escort) คอยอำนวยความสะดวกตลอดระยะเวลาการเดินทาง
ปัจจุบันผู้คู่แข่งในการออกแบบทางการตลาดมีอยู่มากมายดังนั้นเราจึงต้องหาความแตกต่างทางการบริการโดยการแสดงออกถึงตัวตนของบริษัท สร้างอัตลักษณ์และวิสัยทัศน์กับบุคลากรในบริษัทโดยเน้นการเอาใจใส่ดูแลลูกทัวร์ดุจญาติมิตรเพื่อให้เกิดการสร้างมิตรถาพระหว่างคนไทยและชาวต่างชาติ
การบริการลูกทัวร์อย่างดีที่สุด และการคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพในการบริหารงานและสร้างความรู้สึกคุ้นเคยให้กับลูกค้าด้วยการสื่อสารของแบรนด์ด้วยการโฆษณา
การประชาสัมพันธ์ ชื่อ โลโก้และการออกแบบ ซึ่งถูกนำเสนออยู่ในบรรจุภัณฑ์
เครื่องแบบพนักงาน สภาพแวดล้อมภายในที่ทำงาน นามบัตร
โดยการใช้วรรณะสีร้อนคือสีส้มเพื่อให้เห็นแล้วเกิดความสะดุดตาสร้างความชัดเจนในการมองและจดจำเป็นอย่างดี
และการใช้รูปทรงสีสันที่ได้อิทธิพลมาจากมะม่วงสุกมาใช้เป็นกราฟฟิกด้วย เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับชื่อบริษัทและบุคคลากรนำเที่ยวที่มีความสดใส
ร่าเริง เพื่อส่งเสริมการบริการได้อย่างดี
3.
วัตถุประสงค์การวิจัย
3.1
เพื่อศึกษากระบวนการออกแบบอัตลักษณ์ขององค์กร
3.2
เพื่อสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรให้เป็นที่รู้จักและเกิดความพอใจในบริการแล้วกลับมาใช้บริการใหม่
3.3 เพื่อส่งเสริมองค์กรให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น
4.
สมมติฐานการวิจัย
เนื่องจากการที่จะตัดสินใจในการเลือกใช้บริการทุกอย่างจะต้องทำให้ได้คุณภาพในระดับหนึ่ง เมื่อถึงจุดนั้น
บริการเหล่าก็ยิ่งเหมือนกันมากขึ้นเรื่อยๆ และก็จะต้องหันมาแข่งขันในเรื่องราคาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้แต่ตอนนี้คุณค่าไม่ใช่แค่เรื่องตัวเงินเพียงอย่างเดียว และบางครั้งคุณค่าก็ขึ้นอยู่กับสามัญสำนึกของแต่ละคน
คำว่า คุณค่า กลายเป็นเรื่องของตัวบุคคลมากขึ้น ทั้งสินค้าและบริการต้องมีบุคลิกภาพและลักษณะเฉพาะตัว
ซึ่งสะท้อนถึงความรู้สึกและความเชื่อของคนได้ด้วย
การทำให้องค์กรมีบุคลิกภาพที่น่าสนใจและเน้นกลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่มก็สามรถทำให้ธุรกิจเติบโตและมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้น
บุคลิกเฉพาะตัวของบุคลากรที่มีความเอาใจใส่ลูกค้า ความเป็นมิตรกับลูกค้า
และการใช้สื่อกราฟฟิกที่เป็นที่สะดุดตาและเกิดความคุ้นเคยสะท้อนความรู้สึกได้ทันทีขณะเห็น
ขั้นการออกแบบ (Design)
เมื่อได้แนวความคิด นักออกแบบจะต้องอาศัยประสบการณ์และความคิดสร้างสรรค์ ออกแบบร่างเล็กๆ เป็นการออกแบบแนวความคิดแล้วทำการออกแบบร่าง (Sketch) หลายๆ แบบ แล้วนำเสนอบริษัทหรือลูกค้า (บางงานในชั้นนี้ลูกค้าและนักออกแบบอาจตัดสินใจเองและ ประเมินผลงานแก้ไขปรับปรุงแล้วจึงนำแบบที่ได้ไปผลิตเป็นผลงานจริง
1. การใช้ตารางกริด (Grids)
หมายถึง ตารางแบบต่างๆ ที่ใช้ในการออกแบบ ซึ่งวิรุณ ตั้งเจริญ (2531) แปลว่า ตาราง
พื้นที่ ตารางกริดถูกนำมาใช้ในการออกแบบหลายประเภทหรืออาจใช้สมุดกราฟ
หมายถึง ตารางแบบต่างๆ ที่ใช้ในการออกแบบ ซึ่งวิรุณ ตั้งเจริญ (2531) แปลว่า ตาราง
พื้นที่ ตารางกริดถูกนำมาใช้ในการออกแบบหลายประเภทหรืออาจใช้สมุดกราฟ
2. การเขียนแบบสัญลักษณ์ สามารถเขียนได้ 2 แนวทาง คือ
· เขียนแบบโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีโปรแกรมกราฟิกหลายโปรแกรมด้วยกันควรให้เหมาะกับงานอกแบบแต่ละชนิดซึ่งมีความแตกต่างกันแล้วแต่วัตถุประสงค์ในผลงานการออกแบบ
· เขียนแบบสัญลักษณ์โดยใช้เครื่องมือเขียนแบบ มีขั้นตอนดังนี้
1. ร่างตารางกริดด้วยดินสอดำเกรด H-4Hหรือลงสมุดกราฟ และไม้ฉาก ส่วนที่เป็นเส้นตรงแนวนอนและแนวดิ่ง
2. ร่างภาพโครงสร้างหลัก ถ้ามี ขนาดเล็กควรใช้เทมเพลทช่วยแบ่งส่วนและร่างส่วนที่เป็นรายละเอียดของสัญลักษณ์
3. ลงเส้นหนักด้วยดินสอHB เพื่อแนวทางในการลงเส้นด้วยหมึกดำเขียนเส้นที่ต้องการด้วยปากกาเขียนแบบ เบอร์ 0.3 หรือ 0.5
ลงหมึกดำด้วยปากกาเขียนแบบและใช้พู่กัน
การทำต้นฉบับสี
การร่างแล้วระบายสีโปสเตอร์
การตัดสติ๊กเกอร์จะได้แบบสัญลักษณ์สีที่คมชัด
การพิมพ์ซิลสกรีนสี
การกำหนดสีโดยสั่งสีทางเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วสั่งพิมพ์สีผ่านเครื่องพิมพ์แบบอิงเจตสีหรือเรเซอร์ปริ้นสี
การถ่ายเอกสารสีและขาวดำ
3.การเลือกใช้ตัวอักษรกับสัญลักษณ์
รูปแบบ (Type Style) ของตัวอักษรสัญลักษณ์ที่เป็นเครื่องหมายการค้า มักจะกำหนดแบบตัวอักษรเฉพาะไม่เปลี่ยนแปลง เพื่อความมาตรฐาน ดังนั้น ตัวอักษรที่จะนำไปใช้กับสัญลักษณ์ใดต้องเลือกใช้ให้เข้ากับบุคลิกลักษณะของสัญลักษณ์ที่ต้องการลักษณะความแข็งแกร่ง ความอ่อนหวาน ความอิสระ ความเป็นทางการ และยังต้องเลือกให้เข้ากับรูปแบบหรือสไตล์ของสัญลักษณ์
ขนาด (Size) และสัดส่วน (Proportion) ของตัวอักษร
ขนาดของตัวอักษรที่ใช้ในการออกแบบสัญลักษณ์ควรจะเป็นขนาดใด ขึ้นอยู่กับสัญลักษณ์และการนำไปใช้ ตั้งแต่ขนาดเล็กคือ นามบัตร ขนาดกลาง คือโฆษณา ขนาดใหญ่คือป้ายโฆษณาและป้ายเหล่านี้ยังเกี่ยวข้องกับผู้ชมหรือผู้บริโภคด้วย
การจัดวาง (Lay out) ตัวอักษรกับสัญลักษณ์
หมายถึง การออกแบบร่างหรือการออกแบบจัดวางตัวอักษรทั้งที่เป็นชื่อของสัญลักษณ์และข้อความย่อยอื่นๆให้สัมพันธ์ ให้สัมพันธ์กับสัญลักษณ์อย่างเหมาะสม การจัดสัญลักษณ์กับตัวอักษร แนวการจัดมีดังนี้
แบบเสมอหน้า คือ จัดให้ด้านซ้ายเสมอกัน
แบบเสมอหลัง คือ จัดให้ด้านขวาเสมอกัน
แบบกึ่งกลาง คือ ให้แต่ละบรรทัดออกไปทางซ้ายขวาเท่าๆ กัน
แบบเสมอหน้าหลัง คือ จัดให้ด้านซ้ายและขวาตรงกัน
นำสัญลักษณ์ไปใช้ประโยชน์
1.ความสัมพันธ์กันเป็นชุด (Corporated)
สัญลักษณ์ที่มีความสัมพันธ์กันควรทำให้เหมือนกันเป็นชุดเดียวกัน
2. การนำสัญลักษณ์ไปใช้ในสื่อต่างๆ
2.1 การนำไปใช้ในในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในสื่อต่างๆ
2.2 นำไปใช้ในสิ่งพิมพ์ต่างๆ ของบริษัท แบบฟอร์มกระดาษเอกสารสิทธิ์ขององค์กร(Stationery)
2.3 การนำไปตกแต่งสำนักงานและเป็นป้ายชื่อ บอกสถานที่
2.4 นำไปใช้บนบรรจุภัณฑ์ต้องมีสัญลักษณ์ของเจ้าของสินค้าเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
2.5 นำไปใช้บนผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกหรือผลิตภัณฑ์เบ็ดเตล็ดอื่น สามารถนำสัญลักษณ์ไปใช้ เป็นสื่อโฆษณาทางอ้อมและทำของชำร่วยแจกแถม